วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2552

บทคัดย่อ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

วิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้จัดทำ นางนันทวดี เทียนไชย

บทคัดย่อ

การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1.)พัฒนาและหาประสิทธิภาพสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
เรื่องคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศพื้นฐาน
2.)เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
หลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
และ 3.) สำรวจความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างขึ้น
กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษา เลือกโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจงจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ปีการศึกษา 2550 ของโรงเรียนบ้านคลองสมบูรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 10 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย
1.) บทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนเรื่องคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศพื้นฐาน
2.) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน
3.) แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการเรียนโดยใช้ t –test เพื่อทดสอบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนของนักเรียน
ก่อนและหลังโดยใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็น
นำไปวิเคราะห์โดยการหาค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ประสิทธิภาพของสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศพื้นฐาน ที่สร้างขึ้น มีค่า E1/E2 = 80.57 /80. 33 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ไว้
2. ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนหลังเรียนด้วย สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแล้วมีค่าสูงขึ้น
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .01
3. ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนอยู่ในเกณฑ์
ดีมาก

Research : Development of the Computer-assisted Instruction (CAI ) about Computer
and Basic Information Technology for Mattayom Sueksa 1 Students
Researcher Ms. Nuntawadee Tianchai

Academic : year 2008

Abstract
This research was carried out
1.) to construct the computer-assisted instruction (CAI) about computer
and basic information technology and test its efficiency,
2.) to increase learners’ learning achievement, and
3.) to investigate learners’ opinions towards CAI.
The study was completed with the cooperation from ten samples which were selected from Mattayom Sueksa 1 students of Bankrongsomboon school. The tools in this study are the computer –assisted instruction, the pretest / posttest, and the questionnaire. The data from the pretest / posttest was analyzed using t-test dependent, whereas the students’ opinions are analyzed to calculate mean (X) , and standard deviation ( SD.).
The findings reveal that:
1. The efficiency of the computer-assisted instruction about computer
and basic information technology meets the required criteria (E1/E2 = 80.57 /80. 33 ).
2. The students’ learning achievement through the use of CAI increased
significantly at p<>

บทคัดย่อ การประเมินหลักสูตรสถานศึกษา

โครงเรื่อง : การประเมินหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สาระเพิ่มเติมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ / ช่วงชั้นที่ 3
โรงเรียนบ้านคลองสมบูรณ์
ผู้วิจัย นันทวดี เทียนไชย
บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการประเมินหลักสูตรสถานศึกษา สาระการเรียนรู้เพิ่มเติมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
(การใช้งานคอมพิวเตอร์) ช่วงชั้นที่ 3 ของโรงเรียนบ้านคลองสมบูรณ์ ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต โดยใช้รูปแบบการประเมินหลักสูตรแบบ CIPP Model ประชากรที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 105 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร 1 คน ครูผู้สอน 5 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 9 คน นักเรียน 45 คน และผู้ปกครอง 45 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ( % )
ค่าเฉลี่ย (µ ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ. ) และ การวิเคราะห์เนื้อหา ( Content Analysis )
ผลการวิจัยพบว่า
1. หลักสูตรสถานศึกษา สาระการเรียนรู้เพิ่มเติมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (การใช้งานคอมพิวเตอร์) ช่วงชั้นที่ 3
ของโรงเรียนบ้านคลองสมบูรณ์ มีความเหมาะสมในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการและ
ด้านผลผลิตมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก
2. ด้านบริบทหลักสูตร พบว่า ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ จุดมุ่งหมายของหลักสูตร โครงสร้างหลักสูตรผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
มีความเหมาะสมมาก แต่ควรปรับปรุง สาระการเรียนรู้
3. ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่า คุณสมบัติของผู้เรียน คุณสมบัติครูอาจารย์ คุณสมบัติผู้บริหาร สื่อ วัสดุอุปกรณ์ อาคาร สถานที่ งบประมาณ
มีความเหมาะสมมาก แต่ควรปรับปรุง จำนวนเวลาเรียน
4. ด้านกระบวนการ พบว่า การบริหารหลักสูตร การประกันคุณภาพการศึกษา มีความเหมาะสมมากแต่ควรปรับปรุง การจัดการเรียนรู้ และ
การวัดและประเมินผล
5. ด้านผลผลิต พบว่า ผลการเรียนรู้ของนักเรียน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีความเหมาะสมมาก แต่ควรปรับปรุงความสามารถในการทำผลงานด้านทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์และเสริมสร้างความพึงพอใจต่อทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์





วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2551

ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดสมุทรสงคราม




ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นองค์ความรู้ประจำท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นจากการสั่งสมถ่ายทอดและพัฒนาจากประสบการณ์ ความรู้ความสามารถของชาวบ้านจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยอาศัยศักยภาพที่มีอยู่ในธรรมชาติ มาก่อให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตในแนวทางที่สอดคล้องกับธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้านจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นเมืองสามน้ำ คือ มีทั้งน้ำจืดบริเวณอำเภอบางคนที น้ำกร่อย
บริเวณอำเภออัมพวาและอำเภอเมืองสมุทรสงครามตอนบน และน้ำเค็มบริเวณอำเภอเมืองสมุทรสงครามตอนกลางและตอนล่าง เพราะจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดชายทะเลตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ แม่กลอง บริเวณที่เป็นปากอ่าวของแม่น้ำแม่กลองที่ไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทยดังนั้น เรื่องของน้ำ จึงเป็นเรื่องหลักของภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ได้มีการกำหนดแผนการทำมาหากินให้สอดคล้องกัน คือ การทำสวนมะพร้าวและทำน้ำตาลมะพร้าวทางตอนล่างเพราะน้ำกร่อย หรือ น้ำลักจืดลักเค็ม ตาลมะพร้าวจึงจะได้ผลดี ส่วนทางตอนล่างทำนาเกลือทำป่าโกงกางเผ่าถ่าน ทำนากุ้ง เพราะน้ำเค็ม จึงกล่าวได้ว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาชีพของจังหวัดสมุทรสงคราม ได้คำนึงถึงฤดูกาลของน้ำเป็นสำคัญ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านอาชีพของจังหวัดสมุทรสงคราม ที่สร้างรายได้ให้กับชาวจังหวัดสมุทรสงครามที่สำคัญ ได้แก่
1. การทำน้ำตาลมะพร้าว

การทำน้ำตาลมะพร้าว เป็นอาชีพหลักที่สำคัญของชาวจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งทำกันมาตั้งแต่โบราณ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำแม่กลอง และมีลำคลอง
ลำรางมากมาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงครามมีการปลูกมะพร้าว

2.การทำนาเกลือ

เกลือสมุทร จังหวัดสมุทรสงครามเป็นแหล่งผลิตเกลือที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ โดยมีแหล่งผลิตที่สำคัญของจังหวัดอยู่ในเขตอำเภอเมืองสมุทรสงคราม ได้แก่ ตำบลบางแก้ว และตำบลลาดใหญ่ เนื่องจากลักษณะดินเป็นดินเหนียวและดินเค็ม มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล สะดวกต่อการขุดลอกลำรางเพื่อนำน้ำเข้าสู่พื้นที่นา จังหวัดสมุทรสงคราม จึงมีพื้นที่ทำนาเกลือ ประมาณ 5,000 ไร่วิถีชีวิตของชาวนาเกลือ เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อาศัยธรรมชาติและแรงงานเป็นหลักในการทำมาหากิน แต่ก็ยังใช้ภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษถ่ายทอดให้ เพื่อจะได้อยู่รอดและประสบผลสำเร็จการทำนาเกลือต้องใช้น้ำทะเลเป็นวัตถุดิบหลัก

3. การทำถ่านไม้โกงกาง
ป่าชายเลนเป็นป่าที่ปรากฏในพื้นที่ที่ราบชายฝั่งทะเลนำท่วมถึง ประกอบด้วยพันธุ์
ไม้หลายชนิด เช่น แสม ตะบูน ตะบัน ลำพู ลำแพน โกงกาง จาก ฯลฯ ป่าไม้ชนิดนี้ เป็นป่าที่มี
ใบเขียวตลอดปี ป่าชายเลนสามารถลดความรุนแรงของพายุ อุทกภัย การพังทลายของดิน
ประโยชน์ทางตรงคือ สามารถนำมาทำถ่าน ฟืน ทำที่อยู่อาศัย ฯลฯ พันธุ์ไม้ในป่าชายเลนที่มีคุณค่า ทางเศรษฐกิจมากที่สุด คือ โกงกาง

4.การทำยาจืด
ยาจืดมีลักษณะเป็นเส้นสีขาวนวลออกเหลือง คล้ายกับยาเส้นในมวนบุหรี่ เป็นที่รู้จัก
กันดีของคนกินหมาก เพราะใช้กินกับหมาก อาชีพทำยาจืด เริ่มทำมาประมาณ 100 ปีแล้ว
ถิ่นที่ทำยาจืดของจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ ตำบลบางกระบือและตำบลดอนมะโนรา อำเภอ
บางคนทีการเพาะปลูกต้นยาใช้เมล็ดหว่านในดินที่ชื้น เมล็ดจะแตกออกเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ
หลังจากหว่านประมาณ 1 เดือน ถอนต้นกล้ามาปลูกในดินแปลงใหม่อีกประมาณ 1 เดือน ก็นำ
ใบยามาใช้ได้ ต้นยาจืดเป็นพืชล้มลุกมีอายุประมาณ 3 เดือน ส่วนที่นำมาทำยาจืด คือ ส่วนเป็นใบ

5.การทำกะปิคลองโคน

กะปิคลองโคน ทำมาจากเคยตาดำ ซึ่งเป็นสัตว์น้ำทะเลตัวเล็ก ๆ หัวเหมือนลูกน้ำตาดำหางเหมือนกุ้งการรอเคยหรือ รุนเคย

6.การทำขนมสำปันนี

การทำขนมสำปันนี เป็นขนมไทยโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสงครามเพราะเป็นขนมพื้นเมืองที่ไม่ซ้ำกับจังหวัดใด

ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดสมุทรสงครา


เป็นองค์ความรู้ประจำท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นจากการสั่งสมถ่ายทอดและพัฒนาจากประสบการณ์ ความรู้ความสามารถของชาวบ้านจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยอาศัยศักยภาพที่มีอยู่ในธรรมชาติ

มาก่อให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตในแนวทางที่สอดคล้องกับธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้านจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นเมืองสามน้ำ คือ มีทั้งน้ำจืดบริเวณอำเภอบางคนที น้ำกร่อย บริเวณอำเภออัมพวาและอำเภอเมืองสมุทรสงครามตอนบน และน้ำเค็มบริเวณอำเภอเมืองสมุทรสงครามตอนกลางและตอนล่าง เพราะจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดชายทะเลตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ แม่กลอง บริเวณที่เป็นปากอ่าวของแม่น้ำแม่กลองที่ไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทยดังนั้น เรื่องของน้ำ จึงเป็นเรื่องหลักของภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ได้มีการกำหนดแผนการทำมาหากินให้สอดคล้องกัน คือ การทำสวนมะพร้าวและทำน้ำตาลมะพร้าวทางตอนล่างเพราะน้ำกร่อย หรือ น้ำลักจืดลักเค็ม ตาลมะพร้าวจึงจะได้ผลดี ส่วนทางตอนล่างทำนาเกลือทำป่าโกงกางเผ่าถ่าน ทำนากุ้ง เพราะน้ำเค็ม จึงกล่าวได้ว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาชีพของจังหวัดสมุทรสงคราม ได้คำนึงถึงฤดูกาลของน้ำเป็นสำคัญ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านอาชีพของจังหวัดสมุทรสงคราม ที่สร้างรายได้ให้กับชาวจังหวัดสมุทรสงครามที่สำคัญ ได้แก่
1. การทำน้ำตาลมะพร้าว

การทำน้ำตาลมะพร้าว เป็นอาชีพหลักที่สำคัญของชาวจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งทำกันมาตั้งแต่โบราณ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำแม่กลอง และมีลำคลองลำรางมากมาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงครามมีการปลูกมะพร้าว

2.การทำนาเกลือ
เกลือสมุทร จังหวัดสมุทรสงครามเป็นแหล่งผลิตเกลือที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ โดยมีแหล่งผลิตที่สำคัญของจังหวัดอยู่ในเขตอำเภอเมืองสมุทรสงคราม ได้แก่ ตำบลบางแก้ว และตำบลลาดใหญ่ เนื่องจากลักษณะดินเป็นดินเหนียวและดินเค็ม มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล สะดวกต่อการขุดลอกลำรางเพื่อนำน้ำเข้าสู่พื้นที่นา จังหวัดสมุทรสงคราม จึงมีพื้นที่ทำนาเกลือ ประมาณ 5,000 ไร่วิถีชีวิตของชาวนาเกลือ เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อาศัยธรรมชาติและแรงงานเป็นหลักในการทำมาหากิน แต่ก็ยังใช้ภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษถ่ายทอดให้ เพื่อจะได้อยู่รอดและประสบผลสำเร็จการทำนาเกลือต้องใช้น้ำทะเลเป็นวัตถุดิบหลัก

3. การทำถ่านไม้โกงกาง
ป่าชายเลนเป็นป่าที่ปรากฏในพื้นที่ที่ราบชายฝั่งทะเลนำท่วมถึง ประกอบด้วยพันธุ์
ไม้หลายชนิด เช่น แสม ตะบูน ตะบัน ลำพู ลำแพน โกงกาง จาก ฯลฯ ป่าไม้ชนิดนี้ เป็นป่าที่มี
ใบเขียวตลอดปี ป่าชายเลนสามารถลดความรุนแรงของพายุ อุทกภัย การพังทลายของดิน
ประโยชน์ทางตรงคือ สามารถนำมาทำถ่าน ฟืน ทำที่อยู่อาศัย ฯลฯ พันธุ์ไม้ในป่าชายเลนที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจมากที่สุด คือ โกงกาง

4.การทำยาจืด
ยาจืดมีลักษณะเป็นเส้นสีขาวนวลออกเหลือง คล้ายกับยาเส้นในมวนบุหรี่ เป็นที่รู้จัก
กันดีของคนกินหมาก เพราะใช้กินกับหมาก อาชีพทำยาจืด เริ่มทำมาประมาณ 100 ปีแล้ว
ถิ่นที่ทำยาจืดของจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ ตำบลบางกระบือและตำบลดอนมะโนรา อำเภอ
บางคนทีการเพาะปลูกต้นยาใช้เมล็ดหว่านในดินที่ชื้น เมล็ดจะแตกออกเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ
หลังจากหว่านประมาณ 1 เดือน ถอนต้นกล้ามาปลูกในดินแปลงใหม่อีกประมาณ 1 เดือน ก็นำ
ใบยามาใช้ได้ ต้นยาจืดเป็นพืชล้มลุกมีอายุประมาณ 3 เดือน ส่วนที่นำมาทำยาจืด คือ ส่วนเป็นใบ

5.การทำกะปิคลองโคน

กะปิคลองโคน ทำมาจากเคยตาดำ ซึ่งเป็นสัตว์น้ำทะเลตัวเล็ก ๆ หัวเหมือนลูกน้ำตาดำหางเหมือนกุ้งการรอเคยหรือ รุนเคย

6.การทำขนมสำปันนี

การทำขนมสำปันนี เป็นขนมไทยโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสงครามเพราะเป็นขนมพื้นเมืองที่ไม่ซ้ำกับจังหวัดใด








วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2550

บทบาทผู้บริหารกับการบริหารนวัตกรรมและสารสนเทศ

ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรต่างๆต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบการทำงานเกือบทุกระบบ จึงจะทำให้หน่วยงานหรือองค์การมีความก้าวหน้าสามารถพึ่งพาตนเองได้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่จะช่วยพัฒนาระบบงานและเสริมสร้างประสิทธิภาพ ผู้บริหารองค์กรควรเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความรู้ความเข้าใจ ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความสามารถในการพัฒนาและการประยุกต์ ใช้งานเพื่อเพิ่มคุณภาพ และเพิ่มผลิตผลของการทำงานขององค์กร ตลอดจนมีความสามารถในการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งบริหารทรัพยากรบุคคลในหน่วยงานให้มีความรู้ความสามารถในด้านคิดค้นพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มีเป้าหมายที่จะผลิตบุคลากรที่มีความรู้ทั้งทางทฤษฎี และภาคปฏิบัติอย่างเพียงพอ มีโลกทัศน์กว้างขวาง มีศักยภาพในการคิดริเริ่ม คาดการณ์ บริหาร และสรรค์สร้างนวัตกรรมและสิ่งใหม่ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม ให้การสนับสนุน บุคลากรในหน่วยงานและให้โอกาสในการพัฒนาให้มีศักยภาพในการแข่งขันในสังคมโลก ได้อย่างเข้มแข็ง เป็นการเสริมสร้างการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงาน รวมทั้ง พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ พร้อมทั้งมีจิตสำนึกเชิงจริยธรรม จรรยาบรรณของวิชาชีพ และความรับผิดชอบต่อสังคม บริหารองค์กรให้สามารถทำงานเป็นทีมได้อย่างมีระบบ มีความรู้เรื่องเครื่องมือสมัยใหม่ การบำรุงรักษา และมีความกระตือรือร้นตลอดจนเปิดใจให้กว้างสำหรับสิ่งใหม่มีทัศคติที่ดีในการยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ในการบริหารโครงการ ผู้บริหารควรสามารถวางแผนโครงการ ดำเนินโครงการประเมินผล รวมทั้งสามารถเลือกกิจกรรม สื่อที่เหมาะสมในแต่ละโครงการและมีความเป็นผู้นำในการเริ่มโครงการใหม่ ๆ
บทบาทของผู้บริหารในการบริหารและจัดการการศึกษาสมัยใหม่นั้น นวัตกรรมและเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมาก ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะจึงจะใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนครูอาจารย์ในโรงเรียนให้สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในหลายลักษณะ เช่น ใช้ในการสอนเนื้อหาตามหลักสูตร หรือผลิตสื่อการสอนเพื่อสอนเสริมในบางหัวข้อที่มีเนื้อหายากและมีลักษณะเป็นนามธรรมเกินกว่าที่เด็กจะเข้าใจได้ หรือสอนในเนื้อหาซึ่งถ้าสอนโดยวิธีปกติแล้วจะเสี่ยงต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้นเช่นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้นวัตกรรมและเทคโนโลยียังมีบทบาทสำคัญมากต่อการบริหาร ผู้บริหารยังสามารถนำนวัตกรรมมาในงานด้านต่าง ๆ ได้ เช่น งานการเงินการบัญชี งานทะเบียนและวัดผล งานปกครอง งานอาคารสถานที่ งานหลักสูตร เป็นต้น เทคโนโลยีทำให้สามารถเก็บข้อมูลในแต่ละเรื่องได้อย่างละเอียด และสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างเป็นรายงานต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริหารใช้ แต่การที่จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ประสบผลสำเร็จนั้น ผู้บริหารจะต้องมีความมุ่งมั่นที่จะทำอย่างแท้จริง และบางอย่างจะต้องทำให้เป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
การบริหารจัดการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาซึ่งจะต้องมีการลงทุนจำนวนมาก มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานของบุคลากร และมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผู้บริหารจะต้องมีการวางแผนและพัฒนาไปพร้อม ๆ กันให้สอดคล้องกัน ผู้บริหารหรือบุคลากรจะต้องมีความรู้ความความเข้าอย่างดีในการที่จะนำระบบเทคโนโลยีที่ดีซึ่งผ่านการพิสูจน์หรือทดลองว่าได้ผลดีแล้วมาใช้ เพื่อจะช่วยให้การบริหารจัดการง่ายขึ้นและลดปัญหาที่อาจจะคาดไม่ถึงได้มาก ซึ่งระบบที่ดีต้องใช้ง่ายและสอดคล้องกับสภาพการทำงานที่มีอยู่ในเรื่องของบุคลากร ความเหมาะสมและขีดความสามารถ ในขณะเดียวกันการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับงานที่ทำอยู่ก็จะช่วยให้ผู้ใช้หรือบุคคลากรในหน่วยงานให้ความสนใจและเกิดเจตคติที่ดีที่จะปรับเปลี่ยนพัฒนาไปใช้งานระบบใหม่ ซึ่ง การเปลี่ยน แปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนระบบงานอย่างต่อเนื่อง และสิ่งสำคัญที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องก็คือประสิทธิภาพของระบบงานซึ่งต้องติดตาม ประเมินผลและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2550

รังสรรค์คณิตศาสตร์สวยด้วยโปรแกรม Paint

สาระการเรียนรู้เพิ่มเติมเทคโนโลยีสารสนเทศ
รายวิชาคอมพิวเตอร์สร้างสรรค์ ช่วงชั้นที่ 2-3

ความเป็นมา การเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้
ในช่วงชั้นที่ 2 และ 3ให้ ผู้เรียนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างงานตามจินตนาการหรืองานที่ทำในชีวิตประจำวันอย่างมีจิตสำนึก
และมีความรับผิดชอบ คอมพิวเตอร์สร้างสรรค์ จึงเป็นส่วนหนึ่งของเรียนการสอนในกลุ่มสาระดังกล่าว ซึ่งเป็นการบูรณาการความรู้จากการเรียน
และการใช้งานคอมพิวเตอร์ในโปรแกรมต่าง ๆ มาช่วยในการสร้างสรรค์งาน
รังสรรค์คณิตศาสตร์สวยด้วยโปรแกรม Paint
เป็นการบรูณาการความรู้ด้านศิลปะออกแบบลายเส้นทางคณิตศาสตร์ ตามจินตนาการ
ความคิดสร้างสรรค์โดยใช้โปรแกรม Paint
ซึ่งเป็นโปรแกรมพื้นฐานสำหรับการสร้างงานกราฟิกด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยในการสร้างสรรค์งาน
โปรแกรม Paint เป็นโปรแกรมพื้นฐานสำหรับการสร้างงานกราฟิกเบื้องต้นที่นักเรียนต้องศึกษาและใช้งานให้เป็น การออกแบบวาดภาพที่อิสระ
โดยใช้โปรแกรม Paint นักเรียน ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาสามารถเรียนรู้และทำได้ แต่การออกแบบลายเส้นคณิตศาสตร์โดยใช้
โปรแกรม Paint เป็นการออกแบบภายใต้ข้อจำกัดที่ต้องบูรณาการความคิดด้านศิลปะ คณิตศาสตร์ และความสามารถในการใช้งานโปรแกรม
คอมพิวเตอร์เพื่อสร้างงานตาม จินตนาการความคิดสร้างสรรค์
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถใช้โปรแกรม Paint สำหรับงานกราฟิกได้
2. เพื่อส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นำไปประยุกต์ใช้กับงานอื่น ๆ
กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ให้ความรู้การใช้งานโปรแกรม Paint
2. นำภาพScan ลายเส้นรูปคณิตศาสตร์ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์
3. นักเรียนลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
3.1 เปิดเครื่องเข้าสู่ระบบปฏิบัติการวินโดวส์
3.2 เปิด โปรแกรมPaint
3.3 คลิกคำสั่ง open เพื่อเปิดรูปลายเส้นคณิตศาสตร์ที่ต้องการออกแบบจากภาพที่ Scanและนำมาไว้ในเครื่อง
3.4 ทำการคัดลอกรูป โดยใช้เมนูคำสั่ง Edit คลิกเลือกคำสั่ง Select All เพื่อ ทำแถบสี
3.5 คลิกเลือกคำสั่งCopy เพื่อ คัดลอกภาพ
3.6 ปิดหน้าต่างภาพ
3.7 เปิดหน้ากระดาษใหม่โดยเลือกคำสั่ง NEWใช้เมนูคำสั่ง Edit เลือก Paste เพื่อ วางแบบ
3.8 สามารถใช้เครื่องมือต่างๆและความรู้การใช้งานโปรแกรม Paint ออกแบบลวดลาย ตามต้องการ
4. บันทึกจัดเก็บเป็นภาพเพื่อนำไปใช้งาน ต่อไป
การนำไปใช้
สามารถนำภาพไปใช้ได้โดย
1. เปิดโปรแกรมหรืองานที่ต้องการนำภาพมาประกอบ
2. ใช้คำสั่งแทรกหรือ Insert
3. เลือกรูปภาพ
4. เลือกภาพจากแฟ้ม
5. เลือกไดว์ หรือโฟล์เดอร์ที่เก็บภาพ
6. คลิกเลือกชื่อภาพ
7. ตอบตกลง
จะได้ภาพที่ต้องการเหมือนแทรกรุปภาพ 1
รูป


ตัวอย่างภาพ
ที่เกิดจากการสร้างคณิตศาสตร์สวยด้วย โปรแกรม Paint


ไม่ยากถ้าอยากจะทำ

หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ

แนะนำหลักสูตรสาระการเรียนรู้การงานพื้นฐานอาชีพ (สาระเทคโนโลยีสารสนเทศ)
มาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี
สาระที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่มา สรุปจากการอบรมทางไกลผ่านดาวเทียมครูผู้สอนรายวิชาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (คอมพิวเตอร์)
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของ สสวท
ความเป็นมา
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2544
กล่าวถึง ความสำคัญของหลักสูตร ว่าเป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศเพื่อพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้เป็นคนดี มีความรู้ ,ปัญญา
มีความสามารถที่จะแข่งขันได้ โดย กำหนดโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็น ระดับช่วงชั้น และ แบ่งกลุ่มสาระการเรียนรู้
ออกเป็น 8 กลุ่ม
เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นหลักสูตรในกลุ่มการงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี สาระการเรียนรู้ ที่ 4
ตามหลักสูตร ได้กล่าวถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูผู้สอนในวิชา คอมพิวเตอร์ ไว้ดังนี้
มาตรฐานการเรียนรู้โดยรวม
เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเห็นคุณค่าและใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูลการเรียนรู้การสื่อสาร การแก้ปัญหาและ
การทำงานและอาชีพอย่าง มีประสิทธิภาพ ,ประสิทธิผลและมีคุณธรรม
สาระการเรียนรู้รายภาคเรียน /รายปี
เป็นสาระที่เกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ การติดต่อสื่อสาร การค้นหาความรู้ , การสืบค้น การใช้ข้อมูล และสารสนเทศ
การแก้ปัญหาหรือการสร้างงาน คุณค่าและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศโดยกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นไว้ดังนี้
มาตรฐานการเรียนรู้ ช่วงชั้นที่ 1 ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 ( จะจัดให้เรียนในช่วงไหนก็ได้)
1. รู้จักแหล่งข้อมูลที่อยู่ใกล้ตัว
2. เห็นประโยชน์ของข้อมูล และรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจขากแหล่งข้อมูลต่าง ๆที่เชื่อถือได้
3. รู้จักชื่อ และหน้าที่ของอุปกรณ์พื้นฐานที่เป็นส่วนประกอบหลักของคอมพิวเตอร์

มาตรฐานการเรียนรู้ ช่วงชั้นที่ 2 ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 – 6
1 . เห็นความสำคัญของข้อมูลและแหล่งข้อมูล
2. รวบรวมข้อมูลตรงตามวัตถุประสงค์จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือจากแหล่งเรียนรู้ ต่าง ๆได้
3. จัดเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ
4. รู้จักชื่อ หน้าที่ของอุปกรณ์พื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น
5. เข้าใจหลักการทำงานเบื้องต้นและ ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
6. เข้าใจขั้นตอนการใช้งานคอมพิวเตอร์
7. ใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูลและ ความรู้จากแหล่งข้อมูล
8. นำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสม
9. เข้าใจหลักการเบื้องต้นของการแก้ปัญหา
10. ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างชิ้นงานตามจินตนาการหรืองานที่ทำในชีวิตประจำวันอย่าง มีจิตสำนึก และรับผิดชอบ
มาตรฐานการเรียนรู้ ช่วงชั้นที่ 3 ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3
1. เข้าใจหลักการทำงานบทบาทและประโยชน์ของระบบคอมพิวเตอร์
2. เข้าใจหลักการเบื้องต้นของการสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์
3. มีความรู้พื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. ประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ
5. เข้าใจหลักการและการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
6. เข้าใจหลักการทำโครงงานที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
7. ค้นหาข้อมูล ความรู้ ติดต่อสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์
8. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนอผลงานในรูปแบบที่เหมาะสม
9. ใช้คอมพิวเตอร์สร้างชิ้นงานหรือโครงงานตามจินตนาการหรืองานที่ทำใน ชีวิตประจำวันอย่างมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบ


สาระการเรียนรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศ
1. ข้อมูลและสารสนเทศ
2. เทคโนโลยีสารสนเทศ
3. การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
4. หลักการแก้ปัญหาหรือการสร้างงาน
5. การสร้างงาน


ขยายความ
มาตรฐานช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3
ข้อ 1,2 ข้อมูล เป็นข้อมูลจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นใน เครื่องคอมพิวเตอร์
ข้อ 3. รู้จักอุปกรณ์ง่าย ๆ เช่น เม้าส์ , คีย์บอร์ด )
มาตรฐานช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่4 -6
ข้อ 7 การค้นหาข้อมูลในที่นี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นอินเทอร์เนตอย่างเดียว (ในกรณ๊ที่โรงเรียนไม่ได้ต่อเชื่อมโยงเครือข่ายอินเทอร์เนต)
ค้นหาข้อมูลจาก CAI ช่วยสอนก็ได้
ข้อ 10 ความคาดหวังของการสร้างชิ้นงานตามจินตนาการ อาจเป็นชิ้นงาน เล็ก ๆ เช่น การ์ดหรือบัตรอวยพร ง่าย ๆ )